Sat. Jun 19th, 2021

สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐประจำกรุงมอสโก “จำเป็น” ต้องลดระดับการให้บริการด้านกงสุล “อย่างไม่มีกำหนด” ตามคำสั่งของประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ซึ่งห้ามสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐจ้างชาวรัสเซียทำงาน

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงมอสโก ประเทศรัสเซีย เมื่อวันที่ 12 พ.ค.ว่าการปฏิบัติงานของสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐประจำกรุงมอสโกเผชิญกับข้อจำกัดใหม่ ตามคำสั่งของทำเนียบเครมลิน ที่กำหนดให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 12 พ.ค.เป็นต้นไป โดยนับจากนี้สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐจะเน้นให้บริการด้านกงสุล “เป็นกรณีฉุกเฉิน” กับพลเมืองสหรัฐเป็นหลัก และการออกวีซ่าให้แก่ชาวรัสเซียจะพิจารณาเฉพาะ “กรณีสำคัญถึงขีดสุด” เท่านั้น
 
ขณะที่บริการเอกสารอื่นที่เคยให้บริการ รวมถึงการต่ออายุหนังสือเดินทาง การทำเรื่องขอรับสูติบัตรสำหรับพลเมืองสหรัฐที่เกิดในรัสเซีย และงานเอกสารซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับการทูตจะถูกระงับไปก่อน “อย่างไม่มีกำหนด”
 
ทั้งนี้ ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน มีคำสั่งเมื่อปลายเดือนที่แล้ว ห้ามสถานเอกอัครราขทูตสหรัฐประจำกรุงมอสโกจ้างบุคลากรชาวรัสเซีย และพนักงานชาติอื่น หมายความว่าผู้ปฏิบัติงานภายในสถานเอกอัครราชทูตต้องมีแต่ชาวอเมริกันเท่านั้น โดยให้เวลาสหรัฐไม่ถึง 2 สัปดาห์ในการเตรียมตัว ส่งผลให้สถานเอกอัครราชทูตในกรุงมอสโกซึ่งต้องเลิกจ้างเจ้าหน้าที่ชาวรัสเซียซึ่งมีสัดส่วนมากถึง 75% ของบุคลากรทั้งหมด ไม่สามารถจัดหาเจ้าหน้าที่ใหม่จากสหรัฐได้ทันเวลา

สำหรับคำสั่งนี้ของผู้นำรัสเซีย เป็นส่วนหนึ่งของชุดมาตรการตอบโต้ต่อการที่รัฐบาลวอชิงตันมีคำสั่งเมื่อกลางเดือนที่แล้ว เนรเทศนักการทูตของรัสเซีย 10 คน ฐานพยายามแทรกแซงการเลือกตั้งประธานาธิบดีเมื่อปีที่แล้ว และการโจมตีทางไซเบอร์ พร้อมทั้งจำกัดการดำเนินงานของสถาบันการเงินสหรัฐ ในการเข้าถึงตลาดพันธบัตรของรัสเซีย
 
ต่อมาเพียงไม่กี่วัน รัฐบาลมอสโกประกาศเนรเทศนักการทูตจำนวนเท่านั้น พร้อมทั้งขึ้นบัญชีดำเจ้าหน้าที่ระดับสูงในรัฐบาลวอชิงตันชุดปัจจุบัน 8 คน รวมถึงนายคริสโตเฟอร์ เรย์ ผู้อำนวยการสำนักงานสอบสวนกลาง ( เอฟบีไอ ) และ “เสนอแนะ” ว่านายจอห์น ซัลลิแวน เอกอัครราชทูตสหรัฐ ควรเดินทางกลับกรุงวอชิงตัน ซึ่งซัลลิแวนเดินทางกลับเมื่อปลายเดือนที่แล้ว

By admin