อดีตนายกรัฐมนตรี นาจิบ ราซัค แห่งมาเลเซียได้รับคืนเงินสดและทรัพย์สินราวๆ 114 ล้านริงกิต ที่ถูกยึดไปจากบ้านพักหรูของเขาเมื่อเดือน พ.ค. ปี 2018 หลังศาลสูงมาเลเซียปฏิเสธคำร้องริบทรัพย์ของอัยการ เนื่องจากไม่มีหลักฐานยืนยันได้ว่าทรัพย์สินเหล่านี้เป็นดอกผลที่ได้จากการฟอกเงิน

ฟาเตน ฮัดนี คอยรุดดิน รองพนักงานอัยการ ให้สัมภาษณ์กับสถานีโทรทัศน์ท้องถิ่น Astro Awani โดยระบุว่า ทรัพย์สินทั้งหมดที่เจ้าหน้าที่ยึดได้จากคอนโดหรู Pavilion Residences เมื่อวันที่ 17 พ.ค. ปี 2018 ถูกส่งคืนให้แก่ นาจิบ และพรรคสหมาเลย์แห่งชาติ (อัมโน) ไปแล้วเมื่อวันที่ 17 มิ.ย.ที่ผ่านมา

“ทรัพย์สินเหล่านั้นถูกคืน (ให้แก่นาจิบ) ผ่านตัวแทนของเขา เนื่องจากอัยการไม่ได้ยื่นอุทธรณ์” ฟาเตน ระบุ

ย้อนไปเมื่อปี 2019 อัยการมาเลเซียได้ยื่นคำร้องขอให้ศาลสั่งริบทรัพย์ของบริษัท OBYU Holdings ซึ่งเป็นเจ้าของ Pavilion Residences หลายรายการ ประกอบด้วยเครื่องเพชร 11,991 ชิ้น สายนาฬิกาข้อมือ 401 เส้น อุปกรณ์เสริมสำหรับนาฬิกาข้อมือ 16 ชิ้น แว่นตา 234 คู่ กระเป๋าแบรนด์เนม 306 ใบ รวมไปถึงเงินสดหลายสกุลที่มีมูลค่ารวมๆ กันประมาณ 114 ล้านริงกิต หลังจากที่ นาจิบ ตกเป็นผู้ต้องสงสัยพัวพันการปล้นเงินราว 4,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐออกไปจากกองทุนเพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจ วัน มาเลเซีย ดีเวลลอปเมนต์ เบอร์ฮัด (1MDB)

เมื่อวันที่ 20 พ.ค. ดาโต๊ะ มูฮัมหมัด จามีล ผู้พิพากษาศาลสูงมาเลเซีย ได้ปฏิเสธคำร้องริบทรัพย์ดังกล่าว โดยให้เหตุผลว่าผู้ยื่นคำร้องไม่สามารถหาหลักฐานมาพิสูจน์ได้ว่าทรัพย์สินจำนวน 114,164,393.44 ริงกิต เป็นทรัพย์ที่ได้มาจากการฟอกเงิน

อย่างไรก็ดี รายงานระบุว่าผู้พิพากษาศาลสูงไม่ได้มีคำสั่งให้ต้องคืนเงิน ซึ่งปัจจุบันอยู่ภายใต้การดูแลของธนาคารกลางมาเลเซีย (Bank Negara Malaysia)

ก่อนหน้านี้ เคยมีบริษัทจิวเวลรีจากเลบานอนที่ชื่อ Global Royal Trading SAL พยายามจะเคลมทรัพย์สินบางส่วน และได้ยื่นฟ้องนางรอสมะห์ มันซูร์ ภริยาของนาจิบ เกี่ยวกับเครื่องเพชร 44 ชิ้นที่ตกไปอยู่ในมือของเธอ ทว่าต่อมาได้ถอนคำร้องไป และยังไม่แน่ชัดว่าเครื่องเพชรดังกล่าวรวมอยู่ในส่วนที่ถูกตำรวจยึดไปด้วยหรือไม่