Sat. Jun 19th, 2021

ชื่อเสียงของแอสตร้าเซนเนก้าโด่งดังไปทั่วโลกในเวลาไม่ถึง 12 เดือน ในฐานะผู้ผลิตวัคซีนที่จะพามนุษยชาติฝ่าวิกฤตโควิด-19 พร้อมกับข่าวแง่ลบเรื่องความเชื่อมโยงกับภาวะลิ่มเลือดอุดตัน และการถูกสหภาพยุโรปฟ้องร้องที่จัดส่งวัคซีนช้า

วัคซีนของบริษัทนี้ก็ยังถูกใช้ในอย่างน้อย 165 ประเทศ (เทียบกับอันดับสอง ไฟเซอร์-ไบออนเทคที่ถูกใช้ในอย่างน้อย 98 ประเทศ​) โดยในไทย วัคซีนแอสตร้าเซนเนก้าที่ผลิตโดยบริษัท สยามไบโอไซเอนซ์ จำกัด (SBS) จะมาถึงต้นแขนคนไทยตั้งแต่ 7 มิ.ย. นี้

เว็บไซต์บริษัทระบุว่า รายได้ในปี 2020 ของบริษัทเพิ่มขึ้นราว 9% เป็นกว่า 2.6 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (8.11 แสนล้านบาท) แต่บริษัทซึ่งมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่เมืองแคมบริดจ์ในอังกฤษนี้ เป็นบริษัทผู้ผลิตยายักษ์ใหญ่มานานแล้ว ก่อนการระบาดใหญ่ของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่

บริษัทลูกครึ่ง
แอสตร้าเซนเนก้าเป็นบริษัทลูกครึ่งจากการควบรวมกิจการระหว่างบริษัทสวีเดน “Astra AB” และบริษัทอังกฤษ “Zeneca” จึงมีชื่อใหม่ว่า AstraZeneca

ย้อนไปเมื่อปี 1913 แอสตร้า เอบี ถูกก่อตั้งขึ้นที่เมืองเซอเดอร์เตลเย ของสวีเดน ด้าน เซเนก้า เป็นบริษัทด้านเคมีและยาที่แยกตัวมาจากบริษัทอิมพีเรียล เคมิคอล อินดัสตรีส์ (Imperial Chemical Industries) ในปี 1993 ก่อนที่ แอสตร้า เอบี และ เซเนก้า จะมารวมตัวกันเป็น แอสตร้าเซนเนก้า ในที่สุดในปี 1999 ซึ่งทำให้มูลค่ารวมของบริษัทขณะนั้นอยู่ที่ 6.7 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

ในตอนนั้น เซเนก้า เป็นผู้นำด้านการผลิตยารักษาความดันโลหิตสูง เซสทริล (Zestril) ขณะที่ยาที่ทำรายได้อย่างมากให้กับ แอสตร้า เอบี คือยารักษาโรคกระเพาะอาหาร พริโลเซค (Prilosec) คาดกันว่าในตอนนั้น ทั้งสองบริษัทจำเป็นต้องหาหุ้นส่วนเพื่อสู้กับบริษัทยักษ์ใหญ่อื่น ๆ และด้วยความที่อายุของสิทธิบัตรยาทั้งสองตัวจะหมด จึงต้องร่วมทีมกันเพื่อพัฒนาคิดค้นยาใหม่ ๆ

พล.อ. ประยุทธ์เอ่ยถาม ศ.นพ. ยงว่า “นี่ฉีดแล้วหรือ มือเบามากเลยนะ” หลังได้รับวัคซีน
ที่มาของภาพ,สำนักโฆษก สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี
คำบรรยายภาพ,
พล.อ. ประยุทธ์รับวัคซีนต้านโควิดของแอสตร้าเซนเนก้าครบสองเข็มแล้ว

ยาตัวอื่น ๆ
แม้คนส่วนใหญ่จะเพิ่งมารู้จักแอสตร้าเซนเนก้าในยุคโควิด-19 แต่บริษัทสัญชาติสวีเดน-อังกฤษ รายนี้เป็นที่รู้จักดีมานานแล้วในฐานะผู้วิจัยและพัฒนาการรักษาด้านเนื้องอก ระบบหัวใจและหลอดเลือดหัวใจ และระบบไตและกระบวนการเผาผลาญของร่างกาย

จากรายงานประจำปี 2020 ของบริษัท ยารักษามะเร็งปอด ทากริสโซ (Tagrisso) เป็นยาในหมวดการรักษาด้านเนื้องอกที่ทำรายได้ให้บริษัทได้สูงสุดที่ 4,238 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ส่วนยาฟอร์ซิกา(Forxiga) สำหรับยาเบาหวานชนิดที่ 2 และยาบริลินตา (Brilinta) สำหรับภาวะหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน เป็นยาที่ขายดีที่สุดในหมวดระบบหัวใจและหลอดเลือดหัวใจและกระบวนการเผาผลาญของร่างกาย ส่วนยาด้านระบบทางเดินหายใจที่ทำรายได้เป็นอันดับต้น ๆ ให้บริษัทคือยาสำหรับรักษาโรคหอบหืด ซิมบิคอร์ต(Symbicort) และ พูลมิคอร์ต(Pulmicort)

นิตยสารฟอร์บสรายงานว่า มูลค่าของบริษัทแอสตร้าเซนเนก้าอยู่ที่กว่า 6.67 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เป็นหนึ่งใน 100 บริษัทที่มีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดสูงสุดในตลาดหลักทรัพย์ลอนดอน หรือ ดัชนีตลาดหุ้นอังกฤษหรือที่รู้จักกันในชื่อ FTSE 100 Index

ร่วมมือกับอ็อกซ์ฟอร์ด
แม้ว่าสำนักงานใหญ่ของแอสตร้าเซนเนก้าอยู่เมืองเคมบริดจ์ แต่การร่วมมือกับมหาวิทยาลัยอ็อกซ์ฟอร์ดเป็นสิ่งที่ทำให้ชื่อบริษัทนี้เป็นที่รู้จักไปทั่วโลก

ในตอนแรกมีการเจรจากันว่ามหาวิทยาลัยชื่อดังของอังกฤษจะร่วมมือกับบริษัทผู้ผลิตยายักษ์ใหญ่ของสหรัฐฯ เมอร์ค (Merck) แต่รัฐบาลสหราชอาณาจักรต้องการให้อ็อกซ์ฟอร์ดร่วมมือกับบริษัทที่มีความสามารถในการผลิตวัคซีนจากในประเทศได้มากกว่า และนี่ก็เป็นการตัดสินใจที่สมเหตุสมผลสำหรับแอสตร้าเซนเนก้า เพราะมหาวิทยาลัยอ็อกซ์ฟอร์ดได้ทำการวิจัยมามากแล้ว และส่วนมากก็ได้รับทุนสนับสนุนจากรัฐบาลสหราชอาณาจักร

อย่างไรก็ดี แอสตร้าเซนเนก้ามีชื่อเสียงด้านการวิจัยด้านโรคมะเร็ง และแทบไม่มีประสบการณ์ด้านวัคซีน ดังนั้นเมื่อเกิดการระบาดของโควิด-19 หลายฝ่ายไม่ได้คาดคิดว่าพวกเขาจะกลายเป็นแรงสำคัญในการนำประเทศต่าง ๆ ฝ่าวิกฤตโควิด-19

วัคซีนอ็อกซ์ฟอร์ด-แอสตร้าเซนเนก้า ทำงานอย่างไร
วัคซีนของอ็อกซ์ฟอร์ด-แอสตร้าเซนเนก้า ทำมาจากไวรัสไข้หวัดทั่วไป (หรือที่รู้จักกันในชื่อ อะดีโนไวรัส-adenovirus) ที่อ่อนแอ โดยนำเชื้อนี้มาจากลิงชิมแปนซีไปดัดแปลงพันธุกรรมเพื่อที่เชื้อไวรัสนี้จะไม่สามารถขยายตัวในมนุษย์ได้

ลิ่มเลือดอุดตัน
จากที่เป็นความหวังสำคัญในการต่อสู้กับการระบาดใหญ่ในครั้งนี้ ชื่อเสียงของวัคซีนอ็อกซ์ฟอร์ด-แอสตร้าเซนเนก้า ก็มีด่างพร้อยไปบ้างจากผลข้างเคียง คือ ภาวะลิ่มเลือดอุดตันที่ผู้รับวัคซีนบางคนเจอ แม้จะคิดเป็นอัตราส่วนที่น้อยมาก

By admin